จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก
"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามถึงธรรมอันประเสริฐ ชนทั้งหลายจากชนบทต่างๆ ได้มาประชุมกันเพื่อหวังจะฟังธรรมของพระองค์ ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเถิด พระเจ้าข้า"
"ดูก่อนภัทราวุธ ชนทั้งหลายจงกำจัดตัณหาความทะยานอยาก ในอารมณ์ทั้งหลายเสียให้สิ้นเชิง ทั้งในส่วนเบื้องบน (อนาคต) เบื้องต่ำ (อดีต) และเบื้องขวาง (ปัจจุบัน) เพราะบุคคลยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก มารย่อมติดตามผู้นั้นไปได้ด้วยสิ่งนั้นๆ"
ภัทราวุธมาณพเป็นตัวแทนของหมู่ชนมากมายที่มาแสวงหาความจริง พระพุทธองค์จึงตรัสสอนถึงรากเหง้าของทุกข์ นั่นคือ "ตัณหา" ที่ไม่จำกัดกาลเวลา การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมเป็นการสร้างรอยเท้าให้ "มาร" (กิเลสและวัฏสงสาร) สะกดรอยตามและผูกมัดเราไว้ได้
"เพราะฉะนั้น ภิกษุเมื่อรู้รอบธรรมนี้แล้ว พึงเป็นผู้มีสติ ไม่พึงยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก ไม่พึงทำความผูกพันใดๆ ให้เป็นของตน ชนเหล่าใดเห็นอาณาจักรแห่งมาร อันแวดล้อมด้วยปวงสัตว์ผู้อยู่ในอำนาจของมัน ย่อมพิจารณาเห็นว่า ชนเหล่านั้นเป็นผู้ติดอยู่ในบ่วงแห่งมฤตยู"
พระองค์ทรงเน้นย้ำถึง "สติ" ในการรู้เท่าทันสรรพสิ่ง การไม่ยึดถือว่าสิ่งใดเป็น "ของตน" คือกุญแจสำคัญในการปลดเปลื้องพันธนาการ ผู้ที่มีปัญญาจะมองเห็นว่า โลกหรือแดนแห่งมาร (มารเธยยะ) นี้ ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์ที่ถูกบ่วงแห่งความตายรัดรึงไว้ด้วยอำนาจของตัณหานั่นเอง