ภัทราวุธมาณพปุจฉา

จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก

๑. การหลุดพ้นจากแดนแห่งมาร

ภัทราวุธมาณพ :

"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามถึงธรรมอันประเสริฐ ชนทั้งหลายจากชนบทต่างๆ ได้มาประชุมกันเพื่อหวังจะฟังธรรมของพระองค์ ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเถิด พระเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้า :

"ดูก่อนภัทราวุธ ชนทั้งหลายจงกำจัดตัณหาความทะยานอยาก ในอารมณ์ทั้งหลายเสียให้สิ้นเชิง ทั้งในส่วนเบื้องบน (อนาคต) เบื้องต่ำ (อดีต) และเบื้องขวาง (ปัจจุบัน) เพราะบุคคลยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก มารย่อมติดตามผู้นั้นไปได้ด้วยสิ่งนั้นๆ"

อรรถาธิบาย:

ภัทราวุธมาณพเป็นตัวแทนของหมู่ชนมากมายที่มาแสวงหาความจริง พระพุทธองค์จึงตรัสสอนถึงรากเหง้าของทุกข์ นั่นคือ "ตัณหา" ที่ไม่จำกัดกาลเวลา การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมเป็นการสร้างรอยเท้าให้ "มาร" (กิเลสและวัฏสงสาร) สะกดรอยตามและผูกมัดเราไว้ได้

๒. ผู้มีสติ ไม่ยึดมั่นในสิ่งใด

พระพุทธเจ้า (ตรัสเพิ่มเติม) :

"เพราะฉะนั้น ภิกษุเมื่อรู้รอบธรรมนี้แล้ว พึงเป็นผู้มีสติ ไม่พึงยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก ไม่พึงทำความผูกพันใดๆ ให้เป็นของตน ชนเหล่าใดเห็นอาณาจักรแห่งมาร อันแวดล้อมด้วยปวงสัตว์ผู้อยู่ในอำนาจของมัน ย่อมพิจารณาเห็นว่า ชนเหล่านั้นเป็นผู้ติดอยู่ในบ่วงแห่งมฤตยู"

อรรถาธิบาย:

พระองค์ทรงเน้นย้ำถึง "สติ" ในการรู้เท่าทันสรรพสิ่ง การไม่ยึดถือว่าสิ่งใดเป็น "ของตน" คือกุญแจสำคัญในการปลดเปลื้องพันธนาการ ผู้ที่มีปัญญาจะมองเห็นว่า โลกหรือแดนแห่งมาร (มารเธยยะ) นี้ ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์ที่ถูกบ่วงแห่งความตายรัดรึงไว้ด้วยอำนาจของตัณหานั่นเอง

“บุคคลยึดมั่นสิ่งใดๆ ในโลก
มารย่อมติดตามผู้นั้นไปได้ด้วยสิ่งนั้นๆ”