จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก
"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระองค์ผู้ทรงปราศจากธุลี (กิเลส) ทรงมีปกติประทับนั่งด้วยความเพ่งพินิจ (ฌาน) ขอพระองค์จงตรัสบอกข้อปฏิบัติอันเป็นเครื่องล่วงพ้นความโง่เขลา (อวิชชา) และการชำระใจให้บริสุทธิ์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า"
"ดูก่อนอุทยะ การชำระใจให้บริสุทธิ์ คือการละความพอใจในกามคุณเสียให้สิ้น และการขจัดโทมนัส (ความเสียใจ/ความขัดเคือง) เสียให้ได้ เป็นการบรรเทาความง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) และการห้ามปรามความรำคาญใจ (อุทธัจจกุกกุจจะ)"
อุทยมาณพมุ่งเน้นถามถึงวิธีชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอวิชชา พระพุทธองค์จึงทรงชี้ให้เห็นถึงการกำจัดนิวรณ์ (เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี) เป็นด่านแรก คือต้องละกามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ และอุทธัจจกุกกุจจะ เพื่อเตรียมจิตให้พร้อมสู่ความสงบและบริสุทธิ์
"สติที่มีอุเบกขาเป็นบริวาร (อุเปกขาสติปาริสุทธิง) มีความตรึกธรรมเป็นเบื้องหน้า (ธัมมวิจยะ) เรากล่าวว่า นั่นคือธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้นจากอวิชชา เป็นความทำลายเสียซึ่งความโง่เขลา"
"โลกมีอะไรเป็นเครื่องผูกพันไว้ อะไรเป็นเครื่องสัญจรไปของโลกนั้น และเพราะละอะไรได้เด็ดขาด จึงเรียกว่า นิพพาน พระเจ้าข้า?"
"โลกมีความเพลิดเพลิน (นันทิ) เป็นเครื่องผูกพัน มีความตรึก (วิตก) เป็นเครื่องสัญจรไป เพราะละความทะยานอยาก (ตัณหา) เสียได้เด็ดขาด จึงเรียกว่า นิพพาน"
การเจริญสติที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วย "อุเบกขา" (ความวางเฉย ไม่ยินดียินร้าย) และการสอดส่องพิจารณาธรรม นี่คืออาวุธสำคัญในการทำลายอวิชชา พระองค์ยังทรงตอบปัญหาเชิงปรัชญาอย่างลึกซึ้งว่า โลกที่สัตว์เวียนว่ายอยู่นี้ถูกผูกมัดด้วย "ความเพลิดเพลิน" ขับเคลื่อนด้วย "ความคิดปรุงแต่ง" และการจะหลุดพ้นเข้าสู่นิพพานได้ มีเพียงหนทางเดียวคือ "การละตัณหา"