อุทยมาณพปุจฉา

จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก

๑. หนทางแห่งความบริสุทธิ์

อุทยมาณพ :

"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระองค์ผู้ทรงปราศจากธุลี (กิเลส) ทรงมีปกติประทับนั่งด้วยความเพ่งพินิจ (ฌาน) ขอพระองค์จงตรัสบอกข้อปฏิบัติอันเป็นเครื่องล่วงพ้นความโง่เขลา (อวิชชา) และการชำระใจให้บริสุทธิ์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้า :

"ดูก่อนอุทยะ การชำระใจให้บริสุทธิ์ คือการละความพอใจในกามคุณเสียให้สิ้น และการขจัดโทมนัส (ความเสียใจ/ความขัดเคือง) เสียให้ได้ เป็นการบรรเทาความง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) และการห้ามปรามความรำคาญใจ (อุทธัจจกุกกุจจะ)"

อรรถาธิบาย:

อุทยมาณพมุ่งเน้นถามถึงวิธีชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอวิชชา พระพุทธองค์จึงทรงชี้ให้เห็นถึงการกำจัดนิวรณ์ (เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี) เป็นด่านแรก คือต้องละกามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ และอุทธัจจกุกกุจจะ เพื่อเตรียมจิตให้พร้อมสู่ความสงบและบริสุทธิ์

๒. สติและอุเบกขา เครื่องทำลายอวิชชา

พระพุทธเจ้า (ตรัสเพิ่มเติม) :

"สติที่มีอุเบกขาเป็นบริวาร (อุเปกขาสติปาริสุทธิง) มีความตรึกธรรมเป็นเบื้องหน้า (ธัมมวิจยะ) เรากล่าวว่า นั่นคือธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้นจากอวิชชา เป็นความทำลายเสียซึ่งความโง่เขลา"

อุทยมาณพ :

"โลกมีอะไรเป็นเครื่องผูกพันไว้ อะไรเป็นเครื่องสัญจรไปของโลกนั้น และเพราะละอะไรได้เด็ดขาด จึงเรียกว่า นิพพาน พระเจ้าข้า?"

พระพุทธเจ้า :

"โลกมีความเพลิดเพลิน (นันทิ) เป็นเครื่องผูกพัน มีความตรึก (วิตก) เป็นเครื่องสัญจรไป เพราะละความทะยานอยาก (ตัณหา) เสียได้เด็ดขาด จึงเรียกว่า นิพพาน"

อรรถาธิบาย:

การเจริญสติที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วย "อุเบกขา" (ความวางเฉย ไม่ยินดียินร้าย) และการสอดส่องพิจารณาธรรม นี่คืออาวุธสำคัญในการทำลายอวิชชา พระองค์ยังทรงตอบปัญหาเชิงปรัชญาอย่างลึกซึ้งว่า โลกที่สัตว์เวียนว่ายอยู่นี้ถูกผูกมัดด้วย "ความเพลิดเพลิน" ขับเคลื่อนด้วย "ความคิดปรุงแต่ง" และการจะหลุดพ้นเข้าสู่นิพพานได้ มีเพียงหนทางเดียวคือ "การละตัณหา"

“โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกพัน
เพราะละตัณหาเสียได้เด็ดขาด จึงเรียกว่า นิพพาน”