กัปปมาณพปุจฉา

จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก

๑. เกาะที่พึ่งท่ามกลางห้วงน้ำใหญ่

กัปปมาณพ :

"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อห้วงน้ำใหญ่ (ชราและมรณะ) เกิดขึ้นแล้วแก่ชนทั้งหลาย ผู้ต้องเผชิญอยู่ท่ามกลางห้วงน้ำอันมีภัยอย่างใหญ่หลวง ขอพระองค์จงตรัสบอก 'เกาะ' (ที่พึ่ง) แก่ข้าพระองค์ ขอจงตรัสบอกเกาะที่ความทุกข์นี้จะไม่พึงมีต่อไปด้วยเถิด พระเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้า :

"ดูก่อนกัปปะ เมื่อห้วงน้ำใหญ่เกิดขึ้นแล้วแก่ชนทั้งหลาย ผู้ตั้งอยู่ท่ามกลางห้วงน้ำอันมีภัยอย่างใหญ่หลวง เราขอบอกเกาะแก่ท่าน... ความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ความไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆ นั่นแลคือเกาะ ไม่มีเกาะอื่นยิ่งไปกว่านี้ เราเรียกเกาะนี้ว่า 'นิพพาน' อันเป็นที่สิ้นไปแห่งชราและมรณะ"

อรรถาธิบาย: กัปปมาณพเปรียบเทียบวัฏสงสารที่มีความแก่ (ชรา) และความตาย (มรณะ) ว่าเป็นเสมือน "ห้วงน้ำใหญ่" (โอฆะ) ที่พัดทำลายและกลืนกินสรรพสัตว์ เขาแสวงหา "เกาะ" หรือพื้นที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง เพื่อเป็นที่พึ่งพิง พระพุทธองค์จึงทรงชี้ให้เห็นว่า "เกาะ" ที่ปลอดภัยที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ที่ไหน แต่อยู่ที่สภาวะจิตใจที่ว่างเปล่าจากกิเลส (อากิญจัญญัง) และการไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ (อนาทานัง) สภาวะแห่งความหลุดพ้นนี้เรียกว่า "นิพพาน"

๒. ผู้มีสติ ย่อมพ้นจากอำนาจมาร

พระพุทธเจ้า (ตรัสเพิ่มเติม) :

"ชนเหล่าใดรู้แจ้งธรรมนี้แล้ว เป็นผู้มีสติ เห็นธรรมแล้ว ดับสนิทแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมไม่ตกอยู่ในอำนาจของมาร ไม่ต้องเดินตามทางของมารเลย"

อรรถาธิบาย: เมื่อบุคคลเข้าใจและเข้าถึงนิพพาน คือความไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว จิตย่อมมีความสติสมบูรณ์และดับความเร่าร้อนทั้งปวง บุคคลนั้นย่อมเป็นอิสระจากวัฏฏะ พญามาร (เครื่องเศร้าหมองและมัจจุราช) ไม่สามารถครอบงำ หรือล่อลวงให้กลับไปสู่กระแสแห่งความทุกข์และการเวียนว่ายตายเกิดได้อีกต่อไป

“ความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ความไม่ยึดมั่นถือมั่น
เราเรียกเกาะนี้ว่า 'นิพพาน' อันเป็นที่สิ้นไปแห่งชราและมรณะ”