จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก
"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์เป็นผู้แก่เฒ่าแล้ว มีกำลังน้อย ผิวพรรณทราม นัยน์ตาก็ไม่แจ่มใส หูก็ได้ยินไม่ชัด ขอข้าพระองค์อย่าได้เป็นผู้หลงลืม พินาศไปในระหว่างเลย ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมอันเป็นเครื่องละชาติและชรา ในอัตภาพนี้ แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า"
ปิงคิยมาณพมีความกังวลในสังขารที่ร่วงโรยของตน เกรงว่าตนจะตายไปเสียก่อนที่จะบรรลุธรรม (พินาศไปในระหว่าง) ท่านจึงวอนขอธรรมที่ตรงจุดและเหมาะสมกับสภาพของท่าน เพื่อให้สามารถหลุดพ้นจากความเวียนเกิดเวียนแก่ได้ในชาตินี้
"ดูก่อนปิงคิยะ ท่านจงพิจารณาเห็นว่า ชนทั้งหลายผู้ประมาทแล้ว ย่อมเดือดร้อนเพราะรูป (ร่างกายและวัตถุ) เพราะฉะนั้น ท่านจงเป็นผู้ไม่ประมาท จงละความพอใจในรูปเสีย เพื่อจะไม่ต้องเกิดอีก"
"ทิศทั้ง ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ และทิศเบื้องขวาง (รวม ๑๐ ทิศ) ที่พระองค์ยังมิได้ทรงเห็น มิได้ทรงได้ยิน มิได้ทรงทราบ หรือมิได้ทรงรู้แจ้ง มิได้มีในโลก ขอพระองค์จงตรัสบอกธรรมอันเป็นเครื่องละชาติและชรา แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด"
"ดูก่อนปิงคิยะ ท่านจงพิจารณาเห็นหมู่มนุษย์ผู้ถูกตัณหาครอบงำแล้ว เกิดความเดือดร้อน ถูกชราครอบงำแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจงเป็นผู้ไม่ประมาท จงละตัณหาเสีย เพื่อจะไม่ต้องเกิดอีก"
พระพุทธองค์ทรงสอนกรรมฐานที่เหมาะกับปิงคิยมาณพที่สุด นั่นคือให้ดูความแก่ชราของตนเองเป็นเครื่องเตือนสติว่า "รูป" นี้นำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน การจะละชาติและชราได้ ต้องตัดที่ต้นตอคือ "ตัณหา" (ความทะยานอยาก) เมื่อละตัณหาและไม่ยึดติดในรูปได้ ก็จะไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดให้ต้องเผชิญกับความแก่และความตายอีก