โปสาลมาณพปุจฉา

จาก โสฬสปัญหา ปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก

๑. ผู้มีสติในสภาวะแห่งความไม่มีอะไรเลย

โปสาลมาณพ :

"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามถึงญาณของบุคคลผู้ละความสำคัญในรูป (รูปสัญญา) ได้แล้ว ละรูปกายได้หมดสิ้น เห็นอยู่ซึ่งสภาพว่า 'ไม่มีอะไรเล็กน้อยเลย' ทั้งภายในและภายนอก บุคคลผู้มีความตั้งใจเช่นนี้ จะพึงแนะนำ (พึงปฏิบัติ) อย่างไร พระเจ้าข้า?"

พระพุทธเจ้า :

"ดูก่อนโปสาละ ตถาคตย่อมรู้ภูมิเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณทั้งหมด จึงรู้บุคคลผู้มีสติ มีความตั้งใจอยู่ในอากิญจัญญายตนะนั้น ว่าเขาผู้ละรูปสัญญาได้ ย่อมเป็นผู้มีความมุ่งมั่นไปสู่สภาวะนั้น"

อรรถาธิบาย:

โปสาลมาณพถามถึงบุคคลที่ปฏิบัติจนบรรลุอากิญจัญญายตนะ (สมาธิขั้นสูงที่เพ่งความไม่มีอะไรเลยเป็นอารมณ์) ว่าควรทำอย่างไรต่อไป พระพุทธองค์ทรงตอบรับว่า ตถาคตรู้ชัดถึงสถานะของวิญญาณทุกรูปแบบ และรู้ว่าบุคคลในสภาวะนั้นละการยึดติดในรูปกายได้แล้ว และมุ่งสู่ความไม่มีอะไรเลยจริงๆ

๒. ก้าวข้ามความเพลิดเพลินในสมาธิ

พระพุทธเจ้า (ตรัสเพิ่มเติม) :

"ก็แลบุคคลนั้น ทราบว่าความเพลิดเพลิน (นันทิ) เป็นเครื่องประกอบกิเลส ดังนั้นแล้ว พึงพิจารณาเห็นสภาวะนั้นให้แจ่มแจ้ง (โดยความเป็นอนัตตา) นี้เป็นญาณของพราหมณ์ผู้มีสติ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันสำเร็จแล้ว"

อรรถาธิบาย:

แม้อากิญจัญญายตนะจะสงบและประณีตมาก แต่ก็ยังเป็น "สังขตธรรม" (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) และผู้ปฏิบัติมักจะหลงเพลิดเพลิน (นันทิ) ในความสงบนั้น พระองค์จึงทรงแนะให้พิจารณาความว่างนั้นว่าไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) เมื่อเห็นแจ้งดังนี้ จึงจะสลัดหลุดจากความยึดติดในสมาธิ และบรรลุญาณของมุนีผู้หลุดพ้นโดยสมบูรณ์

“ความเพลิดเพลินแม้ในความไม่มีอะไรเลย ก็ยังเป็นเครื่องผูกมัด
ผู้มีสติเห็นแจ้งสภาวะนั้น ย่อมบรรลุญาณแห่งความหลุดพ้น”